ถาม กรีนแคลคืออะไร?
 

     
 ตอบ - กรีนแคล คือสารประกอบของแคลเซียมซัลเฟต  เกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่าง
กรดกำมะถันกับปูนแคลเซียม  ก็จะได้ผลึกเกลือแคลเซียมซัลเฟต  มีสูตรทางเคมีคือ  CaSO4.2H2O  คือมีทั้งแคลเซียมและซัลเฟตรวมเป็นสารประกอบ  ที่เกิดในสภาพธรรมชาติจะเป็นผลึกเกลือจืด (รสจืด)  มีสีขาวนวล หรือ เทา  เนื้อค่อนข้างอ่อน  นำมาบดให้เป็นผงได้  มีปฏิกิริยา  กรด – ด่าง  คือ เป็นกลาง  หรือเป็น พี เอช 7    (ถ้าตัวเลขต่ำกว่า 7  คือ  เป็นกรด  ถ้าตัวเลขสูงกว่า 7  เป็นด่าง)   กรีนแคล  เป็นชื่อทางการค้า  กรีน แปลว่า สีเขียว  แคล คือ  แคลเซียมรวมความว่า กรีนแคลก็คือ  แคลเซียมที่สร้างพืชสีเขียว  ชื่อกรีนแคลคือ  แคลเซียมซัลเฟตที่เป็นแร่ธรรมชาติ  เกิดโดยธรรมชาติ  แสดงว่าบริเวณเหมืองแร่ยิปซัม  เดิมเมื่อหลายหมื่นปี  พื้นดินอาจเป็นทะเลเก่า  เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกทำให้พื้นดินถูกยกตัวขึ้น   ภาคอิสานของไทยแต่เดิมก็เป็นทะเลเก่า  จึงมีเกลือสะสมอยู่มาก  แต่ไม่มีชั้นของแคลเซียมซัลเฟต  และไม่มีภูเขาที่เป็นแหล่งหินปูน

 
 
 
  ถาม คุณลักษณะจำเพาะของกรีนแคล  ประกอบด้วยอะไรบ้าง?  
 

 
ตอบ -
คุณลักษณะจำเพาะของกรีนแคล  ประกอบด้วย

ความบริสุทธ์ของสารประกอบแคลเซียมซัลเฟต ( CaSO4.2H2O ) 96-98 % 
ปริมาณแคลเซียม  (Ca ) 23-24 %
ปริมาณของกำมะถันในรูปของซัลเฟต  (SO4 – S) 17-18 %
แมกนีเซียม  (Mg) 1-2 %
ความละเอียดที่เรียกว่า เมช (mesh)  325  เมช มากกว่า  95 %
สามารถผ่านตะแกรงร่อนขนาด 44-45  ไมครอน  (0.045  มิลลิเมตร)
ความเป็นกรด-ด่าง  (pH) 7.00-7.5
การละลายน้ำได้ประมาณ 250  กรัม  ต่อน้ำ  100  ลิตร
ปราศจากสารพิษหรือโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อพืช  มนุษย์  และสัตว์
 
 
 
  ถาม แคลเซียมกับกำมะถันมีความจำเป็นกับพืชอย่างไร?  
 
ตอบ
-
แคลเซียมกับกำมะถันจัดเป็นธาตุที่จำเป็นกับพืชทุกชนิดรวมถึงมนุษย์และสัตว์และเชื้อจุลินทรีย์แทบทุกชนิดรวมถึงพืชและสัตว์ชั้นต่ำ     
         
หน้าที่ของแคลเซียม
  1. แบ่งเซลล์และเกิดเซลล์ใหม่   สร้างผนังเซลล์ให้แข็งแรง
  2. ควบคุมการย่อยสลายและดูดซึมไนโตรเจน
  3. ลำเลียงสารสังเคราะห์  จากใบสู่ส่วนอื่นของต้นไม้
  4. เพิ่มจำนวนช่อของผล
  5. ควบคุมการดูดน้ำ  สารละลายภายในเซลล์  เป็นตะแกรงป้องกันการซึมผ่านของธาตุอาหารภายในเซลล์
  6. ควบคุมการเกิดสารพิษในต้นพืช  ทำให้เกิคความเป็นกลางของสารพิษ
  7. เป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้ายจากใบแก่สู่ใบอ่อน  จึงต้องลำเลียงจากรากสู่ยอดอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นจึงต้องมีแคลเซียมรออยู่ที่ปลายรากพืช
  8. ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช  (โดยร่วมกับธาตุอื่น)
  9. พืชดูดแคลเซียมในรูปของประจุแคลเซียม  หรือเรียกทับศัพท์ว่าแคลเซียม  อิออน

หน้าที่ของกำมะถัน

  1. พืชดูดกำมะถันในรูปของซัลเฟตเป็นส่วนสำคัญของกรดอะมิโนในเซลล์พืชจะพบกำมะถันสะสมอยู่ในเมล็ดพืชและในน้ำมัน
  2. มีส่วนในการสังเคราะห์โปรตีน
  3. เสริมสร้างความแข็งแรงของต้นพืชทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็น  และช่วยต้านทานโรค
  4. ส่งเสริมการสร้างปมที่รากพืชตระกูลถั่ว  กระตุ้นให้พืชสร้างเมล็ด
  5. สร้างน้ำมันและสารระเหย  ที่มีกลิ่นเฉพาะ  เช่น  หอม  กระเทียม

หน้าที่ของแมกนีเซียม

  1. สร้างสีเขียวหรือคลอโรฟิลล์ของใบพืช  สร้างน้ำตาล
  2. ปรับปรุงการใช้ประโยชน์และเคลื่อนย้ายฟอสฟอรัส
  3. เป็นส่วนสำคัญและองค์ประกอบของน้ำย่อยหรือเอนไซม์ของพืช
  4. เป็นธาตุที่เคลื่อนย้ายง่าย
  5. ควบคุมการดูดธาตุอื่น ๆ  ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม
  6. ช่วยเคลื่อนย้ายโปรตีน  น้ำมันและไขมัน
  7. ช่วยสังเคราะห์โปรตีน
  8. มีอิทธิพลต่อการร่นระยะเวลาการสุกแก่ให้เร็วขึ้น  และสร้างรูปทรงของผลให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามพันธุ์
 
 
 
  ถาม กรีนแคลมีประโยชน์กับการเกษตรอย่างไร?  
 


ตอบ
-
ประโยชน์ของกรีนแคลทางการเกษตร  อาจแบ่งได้เป็น 3  หัวข้อใหญ่  คือ
1.กรีนแคลช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพของดิน
          1.1โครงสร้างทางกายภาพของดิน   หมายถึงความร่วนซุยของดิน ดินมีโครงสร้างทางกายภาพดีก็คือ   ดินที่มีรูพรุนให้อากาศและน้ำซึมผ่านลงสู่ดินชั้นล่างได้ง่าย  ในสภาพดินของประเทศที่ใช้ทำการเกษตร  การเพิ่มผลผลิตด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง  โดยละเลยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กันไป   ทำให้เกิดปัญหาดินแน่นทึบที่ผิวดิน  และดินชั้นบน  ทำให้น้ำและอากาศซึมซับลงสู่ใต้ดินน้อย  รากพืชไม่มีประสิทธิภาพในการดูดธาตุอาหารจากดินและปุ๋ย   การหว่านกรีนแคลคลุกเคล้ากับดินทำให้ดินจับตัวเป็นก้อนขนาดเล็ก  ทำให้อากาศและน้ำซึมผ่านระหว่างเม็ดดินได้สะดวก    มีผลทำให้รากพืชเจริญเติบโต  ขยายตัวทั้งด้านข้างและด้านลึก  ความหนาแน่นของรากเพิ่มมากขึ้น  รากยาวขึ้น  ดินซึมซับน้ำได้มากขึ้น  หยุดยั้งการไหลบ่าของน้ำและการพังทะลายดิน

          1.2ดินไถพรวนง่ายขึ้น   ผลจากการใส่กรีนแคลต่อเนื่องจะสามารถปลูกพืชได้โดยตรงโดยไม่ต้องไถพรวน

          1.3 การใส่กรีนแคลร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  ทำให้แคลเซียมในกรีนแคลจับตัวกับอินทรียวัตถุ  ทำให้อินทรียวัตถุเกิดความคงตัวอยู่ในดินได้นาน  ช่วยรักษาโครงสร้างของดินที่ดีไว้ได้เป็นเวลานานขึ้น

2. กรีนแคลช่วยปรับปรุงสมบัติทางเคมีและชีวภาพของดิน
          2.1กรีนแคลให้ธาตุแคลเซียม  และกำมะถันในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช  แคลเซียมและกำมะถันจัดเป็นกลุ่มธาตุอาหารหลักที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับธาตุไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม

          2.2กรีนแคลช่วยลดความเป็นกรดในดินชั้นล่าง  ดินที่มีความเป็นกรดมากเกินไป(pH  ต่ำกว่า  5.5)  ในชั้นดินล่าง เป็นข้อจำกัดการเจริญเติบโตของรากและการดูดธาตุอาหาร การเกิดสารประกอบของอะลูมินัมไฮดรอกไซด์  เป็นตัวการทำให้เกิดกรดเพิ่มมากขึ้น  ผลจากการใส่กรีนแคล  จะทำปฏิกิริยาทางเคมี  เกิดเป็นสารประกอบของอะลูมินัมซัลเฟต  ซึ่งเป็นสารคงตัว  ไม่สามารถปลดปล่อยความเป็นกรดเพิ่มขึ้น

          2.3ใส่กรีนแคลร่วมกับการใส่ปุ๋ยธาตุหลัก  คือ  เอ็น – พี – เค  ทำให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น  โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน  ช่วยควบคุมและปรับการดูดใช้ธาตุไนโตรเจน

          2.4กรีนแคลช่วยลดการดูดใช้สารพิษที่เป็นโลหะหนัก  ที่เป็นอันตราย  ได้แก่ สารหนู  แคดเมียม  ตะกั่ว  ปรอท  ฟลูออไรด์  หรือธาตุอาหารเสริมบางชนิดที่มีมากเกินไปในดิน  เช่น  เหล็ก  แมงกานีส  สังกะสี  ทองแดง
          
          2.5กรีนแคลปรับปรุงคุณภาพของผลไม้  ไม้ยืนต้น, พืชผัก, พืชไร่, สมุนไพร ฯลฯ โดยทำงานร่วมกับธาตุอื่นๆ  ในการสร้างเนื้อในผล  การขยายผล   ตลอดจน  รสชาติ  กลิ่น สี  ตรงตามลักษณะประจำพันธุ์
          2.6กรีนแคลป้องกันการเกิดโรคพืชหลายชนิด  โดยเฉพาะที่เกิดลำต้น  ราก หรือผลเน่า

          2.7 กรีนแคลช่วยฟื้นฟูแก้ไขปัญหาดินเค็ม  อันเกิดจากโซเดียม  ให้กลับเป็นดินที่มีศักยภาพในการปลูกพืช

          2.8กรีนแคล  เมื่อใช้กับพืชตระกูลถั่ว  เช่น ถั่วลิสง  จะทำให้มีเมล็ดที่สมบูรณ์  เต็มฝัก เนื้อแน่น

          2.9กรีนแคลใส่ในน้ำชลประทานทีมีค่าความเค็มสูงคุณภาพต่ำสามารถลดค่าความเค็มลงได้นำกลับไปใช้ในการเกษตรได้ดีขึ้น

          2.10กรีนแคลช่วยฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมอันเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตต่ำ  ให้กลับมาใช้ประโยชน์ในการให้ผลผลิตได้ดีอย่างเดิม

3.การใส่กรีนแคลร่วมกับการใช้ปุ๋ย  ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากกว่าการใช้ปุ๋ยอย่างเดียว  ระหว่าง  10-50  %   ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับสภาพดิน  และชนิดพืช ซึ่งพืชตระกูลถั่วจะมีความต้องการมากกว่าพืชตระกูลหญ้า ในพืชบางชนิดผลผลิตอาจไม่เพิ่มสูงมากนัก   แต่จะไปปรับปรุงในด้านคุณภาพ ได้แก่  รสชาติ  กลิ่น สี ของผลิตผลให้ตรงตามพันธุกรรม


 
 
 
  ถาม ทำไมถึงต้องใช้กรีนแคลที่เป็นผลิตภัณฑ์จากแร่ธรรมชาติ?  
 
ตอบ
-
กรีนแคลที่เป็นผลิตภัณฑ์จากแร่ธรรมชาติที่พบในประเทศไทย  และนำมาใช้ทางการเกษตรนั้น  จะได้รับการคัดเลือกที่มีความบริสุทธิ์สูง  ปราศจากสารที่มีกัมมันตรังสีสูงที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค   และมีปฏิกิริยาความเป็นกรด-ด่าง  (พี เอช)  เป็นกลาง  หรือเป็นด่างเล็กน้อย  และที่สำคัญคือ  ต้องบดเป็นผงละเอียดมากถึง  325 เมช (ผ่านรูตะแกรง  45  ไมครอน  1 ไมครอน = 1/1000 มิลลิเมตร) 
ทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากมีผลทำให้ละลายน้ำได้รวดเร็วทันกับความต้องการของพืช
 
 
 
  ถาม ปูนหลายชนิดก็มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบ แคลเซียมในปูนกับแคลเซียมในกรีนแคล มีข้อแตกต่างกันอย่างไร?  
 


ตอบ
-
จุดประสงค์ของการใส่ปูนคือการปรับค่าความเป็นกรดของดิน (ต่ำกว่า 5.5) ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อพืช (พี เอช 5.5-6.5)
ส่วนการปลดปล่อยให้แคลเซียมแก่ดินและพืชเกิดขึ้นช้ามาก ประมาณ 1.5  กรัม/น้ำ 100 ลิตร

จุดประสงค์ของการใส่กรีนแคล  คือ การให้แคลเซียมและกำมะถันแก่พืชทันต่อความต้องการ (ประมาณ 
250 กรัม/น้ำ 100  ลิตร) โดยไม่เปลี่ยนแปลงค่า pH  ของดิน  นอกจากนี้การใส่กรีนแคลในระยะยาวจะช่วยยับยั้ง
การเกิดกรดเพิ่มในดินชั้นล่าง  การใส่กรีนแคลจะช่วยฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมอันเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีให้กลับเป็นดิน
ที่มีศักยภาพการผลิตเช่นเดิม

 
 
 
  ถาม ขณะนี้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีในการเพิ่มผลผลิตพืช การใช้กรีนแคลจะมีผลกระทบต่อการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ หรือไม่ ?  
 


ตอบ
-
ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ  คือ ปุ๋ยที่ใช้เชื้อจุลินทรีย์ สกัดธาตุอาหารจำนวนหนึ่งออกมาจากเศษพืช  หรือวัตถุที่เป็นต้นกำเนิดของปุ๋ย  จุลินทรีย์บางชนิดมีความสามารถในการดูดจับไนโตรเจนจากอากาศมาเก็บสะสมไว้ การใส่กรีนแคลในอัตราที่เหมาะสมจะช่วยปลดปล่อยธาตุแคลเซียม และกำมะถัน เป็นอาหารแก่จุลินทรีย์ในการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น  จึงอาจกล่าวได้ว่าจะเป็นการช่วยส่งเสริมการทำงานของเชื้อจุลินทรีย์ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

 
 
 
  ถาม ขณะนี้มีการรณรงค์การผลิตพืชอินทรีย์ปลอดสารพิษ การใช้กรีนแคลจะมีผลกระทบต่อการผลิตพืชอินทรีย์หรือไม่ ?  
 


ตอบ
-
การใช้กรีนแคลจะส่งเสริมการผลิตพืชอินทรีย์  เพราะกรีนแคลเป็นสารปรับปรุงดิน  นอกจากปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดินร่วนซุยแล้ว ยังปลดปล่อยธาตุแคลเซียมและกำมะถันที่เป็นประโยชน์  และเป็นสารที่เป็นแร่ธรรมชาติปราศจากมลพิษใดๆ  จนได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร  โดยให้ตราที่เป็นสัญลักษณ์ของการรับรองคุณภาพว่าเป็นปัจจัยในการผลิตพืชอินทรีย์

 
 
 
  ถาม ถ้าใส่กรีนแคลมาก ๆ จะมีผลกระทบกับการเจริญเติบโตของพืชหรือไม่ ?  
 
ตอบ
-
ในทางวิชาการกล่าวว่า  ดินถ้ามีกรีนแคล 2%  จะเป็นดินที่มีศักยภาพการผลิตที่สมบูรณ์  เมื่อคำนวณออกมาต่อไร่แล้วจะต้องใส่กรีนแคลถึง  6  ตัน/ไร่  ถ้าหากประเมินอย่างหยาบว่าดินทั่วไปยังมีแคลเซียมที่คิดเป็นกรีนแคลประมาณ 2-3  ตัน/ไร่  แล้วอัตราการใส่กรีนแคล 100  กก./ไร่/ปี  ถือว่าเป็นจำนวนน้อย  ไม่มีผลกระทบในด้านเสื่อมกับดินแต่อย่างไร  ข้อสำคัญเมื่อใส่กรีนแคลแล้วควรจะใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตที่สมบูรณ์
 
 
 
  ถาม สภาพดิน-พืช เช่นไรที่จำเป็นต้องใส่กรีนแคล?  
 


ตอบ
-
1.ดินแน่นน้ำซึมยาก  ดินระบายน้ำยาก
          2.ดินเสื่อมโทรม  โดยเฉพาะมีการใส่ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
          3.ต้องการปลูกพืชในดิน  โดยไม่ไถพรวน
          4.ดินขาดแคลเซียม  และกำมะถัน  (แสดงออกที่พืช)
          5.ดินที่เป็นดินเหนียวจัด  มีอนุภาคดินเหนียวมากกว่า  30%
          6.ดินเค็มที่เกิดจากเกลือโซเดียม
          7.ดินที่เป็นด่าง พี เอช สูงกว่า  8.2
          8.เมื่อพืช-ไม้ผล  ที่ต้องการสร้างคุณภาพผลผลิต
          9.เพื่อต้องการสร้างความสมดุลย์ของธาตุอาหารในดิน  เพื่อการสร้างดอกและผลของพืชที่สมบูรณ์

 
 
 
  ถาม การใช้กรีนแคลกับหน่อไม้ฝรั่งเกิดผลดีอย่างไร อยากทราบอัตราการใส่และวิธีการ ใส่กรีนแคล?  
 


ตอบ
-
ในแง่ของดิน

  1. แก้ไขปัญหาดินแน่น  ทำให้ดินร่วนซุย  ระบายน้ำได้ดีขึ้น
  2. ให้ธาตุแคลเซียม  แมกนีเซียม  และกำมะถันที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
  3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมี  พืชกินปุ๋ยได้อย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่มีความชื้นเพียงพอ โดยเฉพาะควบคุมปุ๋ยไนโตรเจนและโพแทสเซียม
  4. เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  ทำให้เกิดความคงตัวอยู่ในดินได้นาน

ในแง่ของพืช – หน่อไม้ฝรั่ง

  1. ต้นสมบูรณ์แข็งแรง  ลดการเกิดต้นเน่า  โคนเน่า  รากเน่า
  2. หน่อไม้ฝรั่งมีคุณภาพ  เข้าเกรดได้มากขึ้น ลักษณะของหน่อจะตรงปลายไม่คด
  3. ระยะเวลาในการเก็บผลผลิตยาวนานขึ้น  ระยะพักตัวน้อยลง

อัตราการใส่และวิธีการใส่กรีนแคล

  1. หว่านช่วงเตรียมแปลงปลูก  ในอัตรา  25-50  กก./ไร่
  2. หว่านกรีนแคลหลังเก็บหน่อในอัตรา  25  กก./ไร่  หรือคลุกกับปุ๋ย
    หว่านในอัตรา  25  กก. ผสมกับปุ๋ยเคมี  50  กก./ไร่
  3. หว่านกรีนแคลช่วงพักต้น  ในอัตรา  25  กก./ไร่
 
 
 
  ถาม การใช้กรีนแคลกับพืชผัก เกิดผลดีอย่างไร อยากทราบอัตราการใส่และวิธีการ ใส่กรีนแคล?  
 
ตอบ
-
ในแง่ของดิน
  1. แก้ปัญหาดินแน่น  ทำให้ดินร่วนซุย  ระบายน้ำได้ดีขึ้น
  2. ให้ธาตุแคลเซียม  แมกนีเซียม  และกำมะถัน  ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
  3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมี  โดยเฉพาะควบคุมการดูดใช้ปุ๋ย  ไนโตรเจน  และโพแทสเซียมให้มีประสิทธิภาพ   สร้างความสมดุลของธาตุอาหาร
  4. ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  ทำให้อินทรียสารรวมตัวกับแคลเซียม  ในกรีนแคลทำให้เกิดความคงตัวอยู่ในดินได้นาน
  5. ช่วยฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรม  ให้กลับมาเป็นดินที่ให้ผลผลิตดี

ในแง่ของพืช

  1. ให้ผลผลิตสมบูรณ์   เกิดผลผลิตเพิ่มมากขึ้น
  2. ลดปัญหาการเกิดโรคเน่าเสีย  ทั้งลำต้น  ผลและราก
  3. เพิ่มคุณภาพผลผลิต ได้แก่  รสชาติ  กลิ่น สี  ยืดระยะความสด  ไม่เหี่ยวเฉาง่าย
  4. ผักบางชนิดสามารถยืดเวลาในการเก็บผลผลิตได้ยาวนานขึ้น

อัตราการใส่และวิธีการใส่กรีนแคล
  1. หว่านช่วงเตรียมแปลง  หรือก่อนปลูกประมาณ  1  สัปดาห์  อัตรา  25-50  กก./ไร่
  2. สามารถใส่กรีนแคลได้ทุกระยะ  ภายหลังเก็บผลผลิต  โดยใช้กรีนแคล  25  กก.  ผสมกับปุ๋ยเคมี  อัตรา  50-100  กก./ไร่